Episodit

  • ชมวิดีโอ EP นี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด https://youtu.be/vV8Y80BOb48

    ความขัดแย้งจีน-ไต้หวันกำลังเข้าสู่จุดตึงเครียดครั้งใหม่ หลังทางการจีนเดินเกมกดดันสหรัฐอเมริกาในการประชุมสุดยอดครั้งล่าสุด ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนทางการทูตอย่างการระงับขายอาวุธของสหรัฐฯ และท่าทีแข็งกร้าวจากทางการจีนในประเทศไทย

    นักวิเคราะห์จำนวนมากเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า ปี 2026 อาจเป็นช่วงเวลาสุ่มเสี่ยงที่สุดของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพราะนี่คือจังหวะเหมาะเจาะของจีน หากจะเปิดฉากบุกไต้หวัน โดยใช้ประโยชน์จากความคลุมเครือทางการทูตของสหรัฐฯ ในยุคทรัมป์ 2.0 เพื่อปิดเกมรวมชาติให้สำเร็จ

    แต่ในอีกมุมหนึ่ง อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองระดับโลกกลับมองว่า สีจิ้นผิงไม่มีทางเอาเก้าอี้เดิมพันกับเสถียรภาพภายในประเทศ และโลกไปเสี่ยงกับสงครามที่มีต้นทุนมหาศาลขนาดนี้

  • ในยุคที่ผู้นำระดับโลกต่างต้องต่อคิวบินไปเยือนกรุงปักกิ่ง หลายฝ่ายต่างตั้งคำถามว่า ทำไม สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ถึงตัดสินใจเป็นฝ่ายเดินทางไปพบ คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือถึงกรุงเปียงยางด้วยตัวเอง

    นักวิเคราะห์จับตามองว่า การเยือนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การฉลองครบรอบ 65 ปีสนธิสัญญาป้องกันประเทศร่วมกันเท่านั้น แต่เบื้องหลังคือ ‘ยุทธศาสตร์การเดินหมาก’ ครั้งสำคัญของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

    เกาหลีเหนือในฐานะพันธมิตรผู้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ถือเป็นไพ่สำคัญในเกมคานอำนาจสหรัฐฯ ในขณะที่การเยือนของสีในช่วงเวลานี้ ยังเป็นการคุมสมดุลอำนาจของจีน ในยามที่เกาหลีเหนือใกล้ชิดกับรัสเซียมากเป็นพิเศษ

    หมายเหตุ: บันทึกเทปก่อนวันที่ 12 มิถุนายน 2569

  • Puuttuva jakso?

    Paina tästä ja päivitä feedi.

  • ชมวิดีโอ EP นี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด https://youtu.be/dCTPasdr0EEไทยประกาศยกเลิก MOU 2544 หรือข้อตกลงพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเลกับกัมพูชา พร้อมเดินหน้าเข้าสู่กรอบ UNCLOS หลังจากกัมพูชาเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากฎหมายทะเลปี 1982 อย่างเป็นทางการ ฝ่ายไทยมองว่านี่คือ 'โอกาสสำคัญ' ในการยกระดับข้อต่อสู้ทางกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นสถานะของเกาะกูดและการกำหนดเขตแดนทางทะเล ขณะที่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเตือนว่า เวทีกฎหมายโลกอาจมาพร้อม 'ความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้' และผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามที่ไทยคาดหวังเสมอไปคำถามสำคัญหลังจากนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องยกเลิกหรือไม่ยกเลิก MOU 44 แต่คือ ไทยจะมียุทธศาสตร์อย่างไรในการต่อรองบนเวทีสากล เพื่อรักษาทั้งอธิปไตยทางทะเล ผลประโยชน์ด้านพลังงาน และภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาโลก ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    การพบกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสีจิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง กลายเป็นวาระใหญ่ที่ทั่วโลกจับตามอง เนื่องจากผลลัพธ์ที่อาจส่งผลถึงขั้นชี้ชะตาอนาคตโลกทั้งใบ ตั้งแต่เรื่องสงครามอิหร่าน, ไต้หวัน ไปจนถึงสงครามภาษี และ AIศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข ชวนวิเคราะห์เกมมหาอำนาจผ่านสูตร ‘4T + 1I’ Trade, Tariff, Technology, Taiwan และ Iran พร้อมชี้ว่า โลกยุคใหม่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการทหารเพียงอย่างเดียว แต่กำลังถูกนำโดยธุรกิจและเทคโนโลยี โดยภาพซีอีโอบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของอเมริกาที่เดินนำหน้าบรรดารัฐมนตรีลงจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน กำลังสะท้อนให้เห็นวาระหลักของทรัมป์ คือ “ธุรกิจนำการเมือง” ขณะที่สีจิ้นผิง เน้นย้ำความต้องการแบบ Win-Win ให้จีน-สหรัฐฯ เปลี่ยนจากคู่แข่งมาเป็นหุ้นส่วนการพบกันของ 2 มหาอำนาจครั้งประวัติศาสตร์นี้ จะส่งผลต่อโลกอย่างไร และไทยในฐานะพันธมิตรของทั้งสองชาติ ควรมีท่าทีหรือวางยุทธศาสตร์เช่นไรเพื่อสร้างแต้มต่อทางภูมิรัฐศาสตร์

  • ชมวิดีโอ EP นี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด https://youtu.be/kTXIX-Vc4HY

    โครงการแลนด์บริดจ์ มูลค่า 1 ล้านล้านบาท ถูกผลักดันให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมอ่าวไทยและทะเลอันดามัน หวังยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์โลก แต่กลับเผชิญข้อถกเถียงรอบด้าน ทั้งผลการศึกษาที่ขัดแย้งกัน มุมมองจากนักวิชาการ ภาคเอกชน และเสียงคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ รวมถึงความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบอย่างมหาศาล

    ท่ามกลางแรงผลักดันทางนโยบายและความไม่แน่นอนในทางปฏิบัติ คำถามสำคัญคือ แลนด์บริดจ์จะเป็น ‘ประตูบานใหม่’ ที่สร้างโอกาสให้ประเทศ หรือกลายเป็นภาระที่ต้องแลกด้วยทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และอนาคตของคนในพื้นที่ ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    โลกกำลังเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนและความปั่นป่วนครั้งใหญ่ จากสงคราม ความขัดแย้งมหาอำนาจ เศรษฐกิจชะลอตัว วิกฤตพลังงาน ภาวะโลกรวน ตลอดจนคลื่นการเปลี่ยนแปลงอย่างเทคโนโลยี AI ที่ถาโถมมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงเกินคาด

    วิกฤตใหญ่ที่ทำให้โลก ณ วันนี้ไม่เหมือนเดิม กลายเป็นแรงกดดันให้ไทยต้องรีบ ‘พลิกเกม’ เดินหมากนโยบาย ในขณะที่ยังต้องรับมือกับโจทย์ใกล้ตัวรอบด้าน ตั้งแต่ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วิกฤตเมียนมา และการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับมหาอำนาจอย่างจีน-สหรัฐฯ ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า “ไทยควรวางจุดยืนและบทบาทอย่างไรในโลกใบใหม่”

    DECODING THE WORLD สนทนาพิเศษกับ ปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หนึ่งในผู้คร่ำหวอดด้านการต่างประเทศของไทย เพื่อถอดรหัสยุทธศาสตร์เชิงรุกของประเทศในห้วงเวลาสำคัญที่โลกผันผวนรุนแรงกว่าที่เคย

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    สงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อนาน 8 สัปดาห์ กำลังสร้างความไม่แน่นอนให้กับ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ จนเกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อระบบพลังงานโลก เมื่อปริมาณน้ำมันดิบหลายร้อยล้านบาร์เรลหายไปจากตลาด หลายประเทศต้องเร่งปรับตัวผ่าน ‘การทูตพลังงาน’ ทั้งการใช้คลังสำรองและการหาแหล่งน้ำมันใหม่จากชาติพันธมิตร

    ขณะไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านฮอร์มุซจำนวนมาก ก็ต้องเร่งกระจายแหล่งพลังงานไปยังประเทศอื่นเพื่อประคองสถานการณ์ แต่สิ่งที่น่าจับตามองหลังจากนี้ คือ ไทยจะเดินเกมทางการทูต ควบคู่กับการแก้ปัญหาโครงสร้างในประเทศอย่างไร ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน?

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    สงครามยุคใหม่กำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อ ‘โดรนราคาถูก’ กลายเป็นอาวุธหลักที่สามารถท้าทายระบบป้องกันราคาแพงของมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ นับเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า ชัยชนะในสนามรบไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุดอีกต่อไป แต่ต้องใช้ความสามารถในการผลิตและส่งอาวุธที่แม่นยำในจำนวนมหาศาล

    ในวันที่อิหร่านใช้โดรนต้นทุนต่ำโจมตีต่อเนื่อง สหรัฐฯ ต้องใช้ทรัพยากรมูลค่าสูงในการสกัดกั้น คำถามที่ตามมา คือ โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ ‘จำนวนเหนือคุณภาพ’ อย่างแท้จริงหรือไม่ และหากมหาอำนาจยังปรับตัวไม่ทัน เกมสงครามในอนาคตจะถูกกำหนดโดยใครกันแน่?

  • ชมวิดีโอ EP นี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด https://youtu.be/uejnsDru1Xo
    สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ไม่ได้แค่ดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้น แต่กำลังลุกลามเป็น ‘วิกฤตพลังงานโลก’ ที่กระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของผู้คนทั่วโลก เมื่ออุปทานพลังงานหายไปมหาศาล ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจึงส่งผ่านไปถึงราคาสินค้า การขนส่ง และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายประเทศต้องออกมาตรการฉุกเฉิน ทั้งประหยัดพลังงาน ควบคุมราคา และอัดงบพยุงเศรษฐกิจเพื่อประคอง ‘ปากท้อง’ ของประชาชน

    คำถามสำคัญคือ หากสงครามยังไม่จบ วิกฤตพลังงานจะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพหนักขึ้นแค่ไหน และประเทศไทยที่ยังพึ่งพาพลังงานนำเข้าเป็นหลัก จะสามารถรับมือแรงกระแทกนี้ได้ดีเพียงใด หรือเรากำลังเข้าสู่ยุคที่ ‘พลังงานแพง’ จะกลายเป็นภาระระยะยาวของคนทั้งประเทศ ทางออกของวิกฤตนี้อยู่ตรงไหน ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    การปิดช่องแคบฮอร์มุซจากสงครามสหรัฐอเมริกา - อิหร่าน กำลังกลายเป็นชนวน ‘Oil Shock’ ครั้งใหม่ เมื่อเส้นทางลำเลียงน้ำมันกว่า 20% ของโลกถูกกระทบโดยตรง ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่ง และลามไปถึงต้นทุนสินค้า ค่าไฟ และค่าครองชีพทั่วโลก โดยเฉพาะเอเชียที่พึ่งพาพลังงานจากเส้นทางนี้สูงที่สุด

    โลกในปี 2026 ที่มีพลังงานทางเลือกและคลังสำรองมากขึ้น จะรับมือวิกฤตนี้ได้จริงหรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้ว วิกฤตพลังงานครั้งนี้จะกลายเป็นแรงกระแทกครั้งใหญ่ที่ฉุดเศรษฐกิจโลกให้สะดุดอีกครั้ง แล้วไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรในความขัดแย้ง?

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    กรณีอิหร่านโจมตีเรือสินค้า 3 ลำ รวมถึงเรือ ‘มยุรี นาวี’ ของไทย บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นครั้งแรกที่ไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน ที่กำลังทวีความตึงเครียดอย่างหนัก

    อิหร่านยืนยันว่า การโจมตีดังกล่าว เป็นไปเพื่อตอบโต้สหรัฐฯและอิสราเอล ซึ่งเรือน้ำมันหรือเรือพันธมิตรของทั้งสองประเทศที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ล้วนเป็น 'เป้าหมาย’ ที่อิหร่านโจมตีได้ โดย ‘ชอบด้วยกฎหมาย'

    การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลสายสำคัญของโลก และการโจมตีเรือที่แล่นผ่าน สร้างความหวั่นวิตกต่อนานาชาติ ซึ่งกังวลว่าผลกระทบจะยิ่งลุกลามไปสู่วิกฤตพลังงานและราคาน้ำมัน สะเทือนถึงภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพทั่วโลก โดยอิหร่านเตือนว่า ที่สุดแล้ว ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งไปถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งแน่นอนว่า คนไทยเองก็จะได้รับผลกระทบของสงครามที่อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด

  • รับชมทาง YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    สถานการณ์ตะวันออกกลางเข้าสู่จุดเดือด หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน จนนำไปสู่การตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนทั่วภูมิภาค สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งราคาน้ำมัน เส้นทางพลังงาน และความเสี่ยงด้านความมั่นคง

    หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ คือ การสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ทำให้เกิดคำถามใหญ่ตามมาว่า การกำจัดคาเมเนอีจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้จริงหรือไม่ แล้วเบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้คืออะไร เป็นเพียงการสกัดโครงการนิวเคลียร์ หรือคือเกมภูมิรัฐศาสตร์ของมหาอำนาจ

    ร่วมถอดรหัสสงครามอิหร่าน ผลกระทบต่อระเบียบโลก และสิ่งที่ประเทศไทยเตรียมรับมือในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    คำตัดสิน 6 ต่อ 3 ของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่ชี้ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการอ้างกฎหมาย IEEPA เพื่อเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางกฎหมาย แต่คือแรงสั่นสะเทือนต่อยุทธศาสตร์การค้า ‘ทรัมป์ 2.0’ อย่างชัดเจน เพราะมาตรการที่ตั้งใจใช้ปกป้องอุตสาหกรรมอเมริกัน กลับถูกตีความว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และต้องเริ่มต้นใหม่ภายใต้กรอบอำนาจของสภาคองเกรส

    แต่สงครามการค้าไม่ได้หยุดลงตรงนั้น เมื่อทรัมป์หันไปใช้มาตรา 122 ขึ้นภาษี 15% ภายในกรอบ 150 วัน ทั้งยังมี ‘เครื่องมือทางกฎหมายอื่นๆ’ รออยู่ในมือ ขณะที่ไทยมีแนวโน้มได้ลดอัตราจาก 19% เหลือ 15% แบบ ‘ชั่วคราว’ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ใครได้ใครเสียวันนี้ แต่คือ ไทยจะรับมืออย่างไร หากเกมภาษีรอบใหม่รุนแรงขึ้น และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีกลายเป็นแรงกดดันที่ใหญ่กว่าเดิม ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    ชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งของพรรค LDP ภายใต้การนำของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงขวาจัดของญี่ปุ่น นำมาซึ่งสัญญาณอันตรายที่ทั่วภูมิภาคเอเชียต้องจับตามอง จากชนวนความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและจีน ที่ปะทุขึ้นหลังทาคาอิจิ เตือนว่าญี่ปุ่นอาจจำเป็นต้องป้องกันตนเองจากภัยคุกคาม หากเกิดกรณีจีนบุกไต้หวัน ซึ่งทำให้จีนไม่พอใจอย่างมาก และเกิดการตอบโต้ญี่ปุ่นอย่างหนักหน่วงในหลายวิธี ทั้งด้านการทูต การทหาร และการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ

    การดำเนินนโยบายของทาคาอิจิ ภายใต้แนวคิดชาตินิยม จะส่งผลต่ออนาคตความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศอย่างไร สายสัมพันธ์ที่เปราะบางมายาวนานระหว่างญี่ปุ่นและจัน จะยิ่งร้าวลึกและลุกลามเป็นความขัดแย้งรุนแรงหรือไม่

    ในขณะที่ผู้นำหญิงของญี่ปุ่นยังมีแผนผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ที่มีเงื่อนไขห้ามญี่ปุ่นทำสงคราม ซึ่งน่าสนใจว่า จะนำมาซึ่งผลกระทบเช่นไรต่อทั้งภูมิภาค

    โดยประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรของทั้ง 2 ชาติ ควรมีท่าทีเช่นไรเพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทางใดทางหนึ่ง

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    รัฐบาลใหม่ของไทยต้องรับมือโจทย์ต่างประเทศเร่งด่วน โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและเมียนมา การเปิดด่านชายแดน รวมถึงการตัดสินใจประกาศยกเลิก MOU 44 ซึ่งในมุมหนึ่งอาจทำให้ไทยสูญเสียกลไกเจรจาทวิภาคีเดิมกับกัมพูชา และเปิดทางให้ข้อพิพาทถูกดึงสู่เวทีระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน ไทยก็ยังต้องบริหารเกมภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา พร้อมวางบทบาทของตนเองในฐานะมหาอำนาจขนาดกลางในเวทีโลกและเวทีอาเซียนไปพร้อมๆ กัน

    รัฐบาลใหม่ของไทยควรรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่รออยู่เหล่านี้อย่างไร ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    โลกกำลังเปลี่ยนเร็วและแรงจากระเบียบโลกที่สั่นคลอน การแข่งขันของมหาอำนาจ สงครามการค้า ไปจนถึงวิกฤตความมั่นคงและมนุษยธรรมที่ลุกลามข้ามพรมแดน ในบริบทเช่นนี้ ‘นโยบายต่างประเทศ’ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่มีผลโดยตรงทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตของประชาชน

    การเลือกตั้งในปี 2569 จึงไม่ใช่คำถามแค่ว่า ใครหรือพรรคไหนจะบริหารประเทศ แต่ประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนบนเวทีโลก จะเลือกวางตัวอย่างไรในโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้น และจะปกป้องผลประโยชน์ของตนเองได้แค่ไหนท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน

    DECODING THE WORLD เปิดเวทีดีเบตพิเศษ ถอดรหัส ‘อนาคตการต่างประเทศไทย’ ผ่านมุมมองและวิสัยทัศน์จากพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หากพวกเขาได้เป็นรัฐบาล ไทยจะเดินหน้าในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปอย่างไร

    พบกับตัวแทนจาก 3 พรรคการเมือง

    -จักรภพ เพ็ญแข ตัวแทนพรรคเพื่อไทย

    -วีระพงษ์ ประภา ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์

    -พิศาล มาณวพัฒน์ ตัวแทนพรรคประชาชน

  • ชมวิดีโอ EP นี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด https://youtu.be/08P6cvv6fUY

    เวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ปีนี้ กลายเป็นอีกจุดตัดสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ ทั้งสปีชอันลือลั่นของผู้นำแคนาดา ที่ย้ำว่า “ระเบียบโลกเก่าจะไม่กลับมา” และประเทศขนาดกลางต้องจับมือกันเพื่อลดการพึ่งพามหาอำนาจ ตลอดจนความเคลื่อนไหวของทรัมป์ ที่เขย่าดาวอสด้วยแนวคิด ‘อำนาจคือความถูกต้อง’ และบทบาทผู้นำโลกและภาคธุรกิจ ที่กำลังพูดคุยกันในประเด็นใหญ่ เช่น อนาคตโลกยุค AGI หรือ AI ที่ฉลาดเทียบเท่ามนุษย์

    Decoding The World ชวนเคน นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ซีอีโอและบรรณาธิการบริหารของ The Standard หนึ่งในสื่อไทยชั้นนำที่ได้เข้าร่วมในงานนี้ มาร่วมพูดคุยเบื้องลึกเบื้องหลัง พร้อมถอดรหัสแนวคิดผู้นำโลก และทิศทางของทีมไทยแลนด์ กับแนวทางเพื่อยืนหยัดในยุค ‘ระเบียบโลกใหม่’

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    ‘อาร์กติก’ ดินแดนน้ำแข็งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่า อยู่ไกลเกินจะเป็นปัญหา กำลังกลายเป็นจุดเดือดใหม่บนสนามภูมิรัฐศาสตร์โลก หลังสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเขย่าโลกด้วยการเปิดเกมอ้างสิทธิเหนือ ‘กรีนแลนด์’ เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในโลกใจกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ

    ประเด็นนี้ปะทุขึ้นอย่างชัดเจนบนเวที World Economic Forum 2026 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อทรัมป์ใช้เวทีดังกล่าวกดดันพันธมิตรยุโรปว่า ไม่มีประเทศใดในโลกดูแลความมั่นคงกรีนแลนด์ได้ดีกว่าสหรัฐฯ และย้ำความต้องการเปิดการเจรจาซื้อกรีนแลนด์ แม้ยืนยันว่า จะไม่ใช้กำลังก็ตาม

    จากประวัติศาสตร์อาณานิคม สู่เกมมหาอำนาจในศตวรรษที่ 21 นี้ DECODING THE WORLD สัปดาห์นี้จะพาทุกคนไปถอดรหัสว่า ทำไมกรีนแลนด์ถึงกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของสหรัฐฯ แล้วโลกหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    อิหร่านกำลังเผชิญการประท้วงครั้งใหญ่ที่ขยายตัวจากปัญหาเศรษฐกิจ สู่การตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจและระบอบการปกครองที่ยืนยาวมาหลายทศวรรษ เสียงของประชาชนบนท้องถนนไม่ใช่เพียงความไม่พอใจชั่วคราว แต่สะท้อนแรงกดดันสะสมที่ท้าทายทั้งผู้นำและระบบการเมืองของประเทศท่ามกลางความปั่นป่วนภายในอิหร่าน บทบาทของสหรัฐฯ ภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์ กลับถูกจับตามองอีกครั้ง ทั้งในฐานะผู้กดดันจากภายนอก และตัวแปรสำคัญที่อาจเปลี่ยนทิศทางวิกฤตนี้ คำถามสำคัญคือ การประท้วงครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอย่างสันติ หรือจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรง การแทรกแซง และเกมอำนาจครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง ร่วมหาคำตอบในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก

  • เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

    สหรัฐฯ สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก หลังเปิดปฏิบัติการส่งหน่วยรบพิเศษข้ามพรมแดน บุกโจมตีและจับกุมตัวนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา พร้อมภริยาจากเซฟเฮาส์ในกรุงการากัส นำตัวกลับไปดำเนินคดียังสหรัฐฯ อย่างรวดเร็วด้วยข้อหาค้ายาเสพติดและร่วมมือกับขบวนการค้ายาที่สหรัฐฯ กำหนดให้เป็นองค์กรก่อการร้าย

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็น ‘ความสำเร็จ’ และ ไม่มีชาติใดในโลกทำได้ พร้อมทั้งยืนยันจะเข้าบริหารเวเนซุเอลา ตลอดจนทรัพยากรน้ำมันมหาศาล ท่ามกลางการต่อต้านและประณามจากหลายชาติ ที่มองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและผิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง 100%

    คำถามสำคัญคือการกระทำของสหรัฐฯ ครั้งนี้ จะสั่นคลอนกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติต่อผู้นำทั่วโลกมากแค่ไหน และชะตากรรมของมาดูโร หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร