Episodes
-
มีสุขที่ละเอียดยิ่งกว่า สุขที่เรารับมาผ่านทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แต่สุขที่ละเอียด ไพบูลย์ยิ่งกว่านั้น จะได้มาต้องสละสุขที่เรามีอยู่ เริ่มด้วยการเจริญสติ สมาธิ ปัญญาอย่างต่อเนื่อง จิตที่เป็นสมาธิจะเห็นสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง คือความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่มีตัวตน ของทุกสิ่ง พิจารณาย้ำ ซ้ำซ้ำ เกิดความรู้ คือวิชชา ประตูสู่นิพพานเปิดแล้ว ปิดประตูอบาย เป็นสุขอันไพบูลย์ยิ่งที่เกิดจากการสละสุขอันน้อยนิดออก
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
บางครั้ง แม้เราสร้างเหตุอย่างเต็มที่ วางแผนเป็นอย่างดี แต่อาจมีสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เช่นการพลัดพรากจากของรัก การประสบกับสิ่งที่ไม่พอใจ, จิตเราจะมีความกลัว กังวล ซึมเศร้า หากแต่เราฝึกซ้อมจิตด้วย สติ สมาธิด้วยการคิดกลับด้าน (Inversion) คือการมีสติ สมาธิในเหตุการณ์ที่ไม่ต้องการ, จิตที่มีสติ สมาธิ จะทำให้ ความคิดร้าย หรือความยินร้ายนั้น อ่อนกำลัง ไม่เกิดความกังวล ไม่เกิดความกลัว สติจึงตั้งมั่น จิตนิ่งได้ แม้ในสถานการณ์ยากลำบากเกิดขึ้น
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
Missing episodes?
-
รอบรู้ กำหนดรู้ ขันธ์ทั้งห้า “รูป เวทนา สัญญา สังขารและ วิญญาณ” ว่า เป็นกองทุกข์ เพราะเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นถือมั่น ขันธ์ทั้งห้าไม่เที่ยง จึงเป็นทุกข์ ดังนั้น การเห็นด้วยปัญญา ทำให้ครบรอบ จะเห็นอุบายในการนำออกคือ ไม่ยึดถือ คือการปล่อยในขันธ์ทั้งห้า ด้วยการกำหนดรู้ การเข้าใจ การยอมรับในทุกข์ ในขันธ์ห้า “เราจะอยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์ เราก็จะพ้นทุกข์”.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
นิมิตหมายถึงเครื่องหมาย สังเกตนิมิตเพื่อสมาธิด้วยการเข้าใจนัยยะ นัยยะที่หนึ่ง ตั้งจิตให้ถูก เอากุศลเป็นที่ตั้ง พัฒนาเพื่อเกิดสมาธิ ปัญญา, นัยยะที่สอง เปรียบเทียบคู่ต่างระหว่าง นิมิต(มองโดยรวม)และอนุพยัญชนะ(ดูรายละเอียด), นัยยะที่สาม เปรียบเหมือนนายช่างทอง คือ สมาธินิมิต จิตสงบ(เช่นใช้ลมหายใจ พุทโธให้เกิดสมาธิ) ปัคคาหนิมิต(นิมิตเพื่อให้เกิดความเพียร เห็นตามความเป็นจริง พัฒนาให้เกิดปัญญา เช่นกำหนดโครงกระดูกเป็นนิมิตเพื่อเห็นความไม่เที่ยง) และอุเบกขานิมิต จิตวางเฉย สังเกตว่าสมาธิหรือวามเพียรมากไป ก็ปรับให้เหมาะสม, นัยยะที่สี่ นิมิตสามคือบริกรรมนิมิต อุคคหนิมิต ปฏิภาคนิมิต, นิมิต มีแต่กุศล ทำให้เกิดสมาธิ จิตสงบ เกิดปัญญา พ้นทุกข์ได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
พิจารณาว่านามรูปเกิดมาได้อย่างไร, จะเกิดนาม-รูป ได้ ก็ต้องมีวิญญาณ(การรับรู้)ซึ่งเป็นอาหารของนามรูป, วิญญาณจะเกิดได้ ก็ต้องใช้นาม-รูป ในการก้าวลง, ทั้งสองอาศัยกันและกัน, วิญญาณเกิดได้จากความเพลิน พอใจ เกิดวิญญาณแล้วก็เป็นอาหารให้นาม รูปเติบโต วนไปอยู่ในวัฏสงสาร, หากแต่เมื่อเรามีสติ มีสมาธิ ทำในใจโดยแยบคาย, จะเห็นว่าต้นตอของทุกสิ่งคืออวิชชา เรามีหน้าที่ต้องขุดรากของอวิชชาออกให้หมด ด้วยการมองเห็นสิ่งต่างๆ แม้รวมถึงวิญญาณ นามรูป ด้วยความเป็นจริง ไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน เพื่อความอยู่เหนือ วิมุติ คือ ความพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
เหรียญมีสองด้าน เห็นให้ชัดเจนด้วยปัญญา คือ วิปัสสนา เริ่มจากการมีสติ, ไม่เพลิน, พิจารณา ในสิ่งที่ผ่านเข้ามาเป็นคู่ๆซ่อนอยู่ด้วยกัน, เห็นสุขในทุกข์, เห็นความแก่ในหนุ่มสาว, ความตายซ่อนในชีวิต, อาพาธซ่อนในสุขภาพดี, ไม่สวยซ่อนในความสวย, เห็นอัตตาในตัวตนเราว่าเป็นอนัตตา แยกเป็นธาตุสี่, เห็นด้วยปัญญาได้ในทุกสิ่ง ทุกเวลา
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
เจริญวิราคสัญญานิโรธสัญญา ผ่านพุทธานุสสติ จิตเป็นสมาธิ ละเอียดขึ้น ๆ จนเหลือแต่อุเบกขา ไม่มีวิตกวิจารณ์ ไม่มีปีติสุข ทำสมาธิให้มีความชำนาญจะเห็นอาพาธ ของวิตก วิจารณ์ ปีติ สุข จึงปล่อย คลายกำหนัดสิ่งนั้นเสียนั่นคือวิราคสัญญา จึงนำมาซึ่งความดับคือนิโรธสัญญา เมื่อปล่อย คลายออก จึงเป็นความดับ เมื่อดับจึงเป็นสุข เป็นนิพพานได้อย่างนี้ ความไม่มี หรือมีน้อยลง น้อยลง จึงนำมาซึ่งความเจริญได้ อย่างนี้นั่นเอง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ทุกข์เพราะเพลิน พอใจในสิ่งต่างๆ ไม่ต้องการให้สิ่งนั้นเปลี่ยนแปลง จึงยึดมั่นถือมั่น ว่ามีตัวตน เกิดอัตตา, การออกจากทุกข์จึงต้องเข้าใจความจริงว่าทุกสิ่งเป็นไตรลักษณ์ คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, ไม่ควรที่เราจะไปยึดถือ, พิจารณาซ้ำๆ ให้เห็นแปดลัดษณะของอนัตตาอยู่เนืองๆ, เข้าใจแล้วจะปล่อยวางได้ วางตัณหา อวิชชา และความยึดถือ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
จะหาสุขจากสิ่งที่เป็นทุกข์ จะเกิดความเพลิน ยึดมั่น จากการต้องการให้สิ่งที่คิดว่าเป็นสุขนั้น เป็นแบบนั้นตลอดไป หากแต่เป็นไปไม่ได้ จึงยิ่งทุกข์หนักมากขึ้น
การเจริญทุกขสัญญาคือ กำหนดรู้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ โดยพิจารณากายคตา ด้วยจิตที่เป็นสัมมาสมาธิ จะเกิดปัญญา เห็นความไม่เที่ยง ว่าทุกสิ่งมีเหตุปัจจัยปรุงแต่งมา เกิดปัญญาเห็นขันธ์ห้าเป็นของหนัก, เห็นซ้ำๆ จะ“วาง”สิ่งที่ทำให้ทุกข์ลงได้ เกิด”สุข”ที่แท้จริงคือนิพพาน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ฝึกสติให้มีความยืดหยุ่นเตรียมพร้อมด้วยการระลึกถึงศีล จาคะ เทวดา และกัลยาณมิตร เพื่อให้จิตดำเนินไปตรง ได้ความปีติ มีความสงบสุขจากในภายใน
สีลานุสติคือระลึกถึงศีลของเราให้มีความปกติ อาศัยกาย วาจา ใจ ในการปฏิบัติ, ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่างพร้อย, จาคะคือการสละออก ปราศจากมณฑิล, เทวตานุสติคือการระลึกถึงความดีของคนดีๆ และกัลยาณมิตรานุสติคือการมีผู้ที่ค่อยตักเตือน ทั้งหมดนี้ จะนำจิตเราให้ดำเนินไปตรง เกิดสติ มีสมาธิ เกิดปีติ ปลาบปลื้ม จิตละกิเลสได้ เหมือนหม้อที่คว่ำ จะไม่สามารถรับน้ำที่หกออกไปแล้วได้อีก
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
สืบต่อธรรมะจากพระพุทธเจ้า ด้วยการนำธรรมะของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติ ให้เข้าถึงจิตใจ ด้วยการเดินตามทางมรรคมีองค์แปด ชึ้นชื่อว่าเป็นธรรมทายาท มีมรรคแปด ธรรมะพระพุทธเจ้า เป็นกัลยาณมิตร รับมรดกจากพระพุทธเจ้าด้วยการมีธรรมะในใจ คือการรักษาศาสนาอย่างแท้จริง ไม่เป็นคนสุดท้าย
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
เจริญพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติด้วยอินทรีย์ห้าของตน เกิดความปีติสุขอย่างต่อเนื่อง เกิดศีล สมาธิ ปัญญา, มรรคแปด, อริยสัจสี่ และอรรถะ ธรรมะ ต่างต่าง ยังมาซึ่งความเบาใจ ใส่ใจ เย็นใจ เห็นใจในตน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
บัณฑิตและพาลมีในตน, หากแต่การเพิ่มบัณฑิตในตนคือการสร้าง ศีล สมาธิ ปัญญา, ตัณหาจะไม่เพิ่มรอบด้วยสติ สัมปชัญญะ, เกิดเป็นบัณฑิตในตนด้วยอริยมรรคมีองค์แปด จนไม่เข้าถึงกายอื่นคือ ไม่เกิด แก่ ตาย ทุกข์โศก ร่ำไรรำพัน อีกต่อไป
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
สร้างอินทรีย์ห้าด้วยตนเอง เริ่มจากศรัทธา ลงมือทำ(วิริยะ-ความเพียร) จิตปรุงแต่งลดลง เกิดสติ(ความระลึกได้) สมาธิ(ตั้งมั่นได้) และปัญญา เกิดความรู้ ความเข้าใจ รู้ชัด รู้แจ้ง เกิดในช่องทางใจตนเอง, จึงพิจารณากลับไปที่ศรัทธา ปรับให้เกิดศรัทธาจากอินทรีย์ที่ตั่งมั่น เกิดอินทรีย์ทั้งห้าแก่กล้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง พัฒนาบ่อยๆ เป็นทางสู่นิพพาน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
เรามักเข้าใจผิดว่า จิตคือวิญญาณ จิตคือผู้รับรู้ จิตคือตัวเรา จิตเที่ยงและเกิดใหม่ ในชาติต่อๆไป
หากแต่ จิตป็นเพียงสภาวะแห่งการสั่งสม เป็นเพียงกระแส, จิตเกิดจาก การปรุงแต่ง(สังขาร)ที่เกิดจากการกระทำ แล้วทำให้เกิดตัณหา(พอใจ/ไม่พอใจ), ตัณหาต้องมีที่ยึดเกาะ จึงเกิดจิตหรืออาสวะ ว่า เราชอบ/เราไม่ชอบ, หากเมื่อการปรุงแต่งระงับลง ระงับลง เราจะเห็นว่าจิตเป็นพียงสภาวะ เป็นผลพวงของการปรุงแต่ง เห็นความจริงว่าจิตไม่เที่ยง ไม่ใช่เรา จึงไม่ยึดถือ นั่นคือเกิดวิชชา พ้นจากจิตที่ปรุงแต่งแล้ว
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ละตัณหา เพิ่มความเพียร ด้วยศรัทธาเป็นแรงผลักดัน
ตัณหาคือความทะยานอยาก ตัณหาร้อยแปดโยงใย ยืดเหนียว ทำจิต ให้เกิดทุกข์, ละตัณหา ด้วยการเจริญมรรคมีองค์แปด, ด้วยสัมมาวายามะ หรือสัมมัปปธานสี่(ความเพียรชอบ) ความเพียรเพื่อการหลุดพ้น, โดยมีแรงผลักดันคือศรัทธาต่อพระรัตนตรัยอย่างแน่วแน่ ลงใจ เป็นการพ้นทุกข์อย่างแท้จริง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
มีสติ สัมปชัญญะ อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา, ศีลคือ มีสติควบคุมทั้งกาย วาจา ใจ อาชีวะ รู้ประมาณในการบริโภค นอนยามเดียว, เพื่อให้ศีลเป็นไปด้วยสมาธิในที่สงัด เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริง ไม่เที่ยงแม้แต่ กาย แม้แต่จิต, เกิดปัญญาปล่อยวางได้ นี่คือกิจที่ต้องทำ ให้ยิ่งๆขึ้นไป
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
เห็นเวทนา ในเวทนาด้วย สติ สมาธิ ปัญญา จะช่วยกำจัดอนุสัยในจิตได้, สุขเวทนาช่วยกำจัดราคะ, ทุกขเวทนาช่วยกำจัดปฏิฆะ, อทุกขมสุขเวทนาช่วยกำจัดอวิชชา, สัมปชัญญะประกอบกับจิตที่มีสติ สมาธิ ปัญญา อนุสัยต่างๆจะลอกออกได้ นั่นคือเห็นเวทนาในเวทนาแล้ว
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
การทำให้ไม่เกิดอีก(อชาต) นั้นมีอยู่, เดินตามทางมรรคมีองค์แปด, จนมีอินทรีย์แก่กล้าขึ้น จิตสงบ เกิดปัญญา เข้าสู่สภาวะที่ไม่ปรุง ไม่เกิดอีก
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
-
ทุกอย่างในโลกล้วนเป็น “อิทัปปัจจยตา คือความที่สิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย แล้วจึงเกิดสิ่งนี้สิ่งนี้ขึ้น ไม่ได้เป็นของตัวมันเอง” นี่คือความจริง เป็นสัจจะ, เราจะเห็นความจริงด้วยสติ สมาธิ เกิดปัญญาว่า แม้จิตของเราก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา, ไม่ควรที่จะไปยึดถือ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
- Show more